🌿 โยคะฟังร่างกาย การดำรงอยู่กับความจริงผ่านร่างกาย

TRUTH

พื้นที่แห่งความจริง

PRESENCE

พื้นที่แห่งความปลอดภัย

EMBODIMENT

พื้นที่แห่งการเป็นตัวเอง

About DeEgo – โยคะฟังร่างกาย

DeEgo – Trauma-Informed & Embodied Yoga

พื้นที่อ่อนโยนสำหรับคนที่ไม่เคยรู้สึกปลอดภัยพอจะเป็นตัวเอง
ที่นี่คือ “บ้านในตัวเอง”—พื้นที่ที่พาคุณกลับมาเจอความจริงแท้ของตัวเอง ผ่านร่างกาย

🌸 Trauma-Informed Yoga for tender hearts
A gentle space for those who never felt safe to be themselves — a safe space to come home to your body and to remember that you are enough just as you are.

บทความ

Trauma-Informed Yoga (TIY) คืออะไร

Trauma-Informed Yoga (TIY) ไม่ใช่ “โยคะอีกแบบ” แต่คือ “วิธีสอนโยคะ” ที่เข้าใจระบบประสาท (nervous system) หลายคนคุ้นกับโยคะในภาพของการยืดเหยียด ท่าที่สวย หรือความยืดหยุ่นของร่างกาย แต่สำหรับ Trauma-Informed Yoga (TIY) สิ่งที่สำคัญกว่า “ทำท่าได้แค่ไหน” คือ “ร่างกายรู้สึกปลอดภัยไหมระหว่างที่ทำ” TIY ไม่ใช่ “โยคะอีกแบบ” แต่คือ “วิธีสอนโยคะ” ที่เข้าใจระบบประสาท (nervous system) ถ้าโยคะทั่วไปเน้น “ท่าทาง” (pose) TIY จะเน้น “ท่าที” อ่านต่อ

การถูกมองเห็น จุดเริ่มต้นของการเยียวยา | DeEgo Trauma-Informed Yoga

การถูกมองเห็น คือ จุดเริ่มต้นของการเยียวยา มุมมอง Trauma-Informed Yoga การที่มีใครสักคน “เป็นพยานต่อประสบการณ์ชีวิตของเรา” ไม่รีบแก้ ไม่ตัดสินไม่พยายามทำให้มันหายเร็วๆแค่เห็นจริงๆ ว่าเรากำลังรู้สึกอะไรอยู่ ในมุมของ Trauma-Informed Yogaสิ่งนี้สำคัญมาก เพราะบาดแผลหลายแบบไม่ใช่แค่ความเจ็บแต่คือ..ความเจ็บที่ไม่มีใครเห็น เมื่อมีใครสักคนที่อยู่ตรงนั้นรับรู้ประสบการณ์ของเราทั้งความกลัว ความโดดเดี่ยวความทุ่มเท ความพยายามคุณค่าที่เรายึดถือเส้นทางที่เราผ่านมารวมถึงสิ่งที่ร่างกายต้องแบกไว้ “โดยไม่ตัดสิน” การถูก “เห็น” แบบนี้สำหรับร่างกายและระบบประสาทแปลว่า.. ฉันไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกนี้และเมื่อร่างกายรู้สึกว่ามันไม่ต้องปกป้องตัวเองตลอดเวลามันจึงเริ่มผ่อนคลายลงได้ บางครั้ง สำหรับร่างกายมนุษย์การถูกเห็น ก็คือจุดเริ่มต้นของการเยียวยาแล้ว เพราะลึกที่สุดแล้ว การเยียวยาที่แท้จริงไม่ใช่การถูกแก้ไขแต่คือพื้นที่ที่ แค่การมีอยู่ของเรา.. เพียงพอแล้วNot fixing. Just being. และถ้าวันนี้ ยังไม่มีใครเป็นพื้นที่นั้นให้บางที อ่านต่อ

Myths of Healing: ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเยียวยา | DeEgo Trauma-Informed Yoga

❌ ความเข้าใจผิด เกี่ยวกับ “การเยียวยา” มุมมอง Trauma-Informed Yoga 1.❌การเยียวยา = ต้องสงบขึ้นเรามักเข้าใจว่า Silence = Healing ซึ่งไม่จริงเสมอไป ในความเป็นจริงของระบบประสาท การฟื้นตัวไม่เป็นเส้นตรง สำหรับบางคน “นิ่ง” อาจคือการกดข่ม ไม่ใช่การเยียวยา การเยียวยาจริง อาจดูเหมือน รู้สึกไวขึ้น รู้สึกมากขึ้น อารมณ์แกว่ง หรือเหมือนถอยหลัง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าเราพลาด แต่เป็นสัญญาณว่า ระบบประสาทเริ่มขยับออกจากโหมดปิดตัว (freeze)✨ deEgo: การเยียวยาไม่ใช่เส้นตรงของความสงบ แต่คือการเพิ่ม “ความยืดหยุ่นของระบบประสาท” 2.❌อะไรที่ได้ผลกับคนอื่น อ่านต่อ

ความแข็งแรงที่ไม่ฝืนร่างกาย | Trauma-Informed Yoga

ความแข็งแรงที่แลกมากับการฝืนร่างกายคือรูปแบบหนึ่งของการทอดทิ้งตัวเอง.หลายคนตั้งเป้าหมายฝึกโยคะเพื่อให้สุขภาพแข็งแรง แต่ความแข็งแรงที่โยคะมอบให้ไม่ใช่แค่ร่างกายแต่คือความสามารถของจิตในการเห็นความจริงของร่างกายในปัจจุบันขณะและความสามารถของใจในการอยู่กับประสบการณ์ของตัวเองอย่างปลอดภัย โยคะไม่ได้ฝึกแค่กล้ามเนื้อยืดแขน ก้มตัว หรือดัดตนแต่ทุกขณะบนเสื่อ (และนอกเสื่อ)เรากำลังสร้างความสัมพันธ์กับร่างกายและระบบประสาท เวลาเจอความจริงที่ไม่ชอบเจอความตึงของร่างกายความเหนื่อยล้าทางจิตใจทำท่าไม่ได้ หรือมีเสียงในหัวที่เปรียบเทียบตัวเองกับเสื่อข้างๆ หรือกับครู เราจะอยู่กับตัวเองยังไงโดยไม่ฝืน ไม่บังคับและไม่ทอดทิ้งตัวเอง ก้อยชวนมาสังเกตกันหลายครั้ง “ความพยายาม”ไม่ได้มาในรูปแบบการออกแรงหรือทุ่มสุดตัวแต่มาในรูปแบบของการกลั้นหายใจการฝืนค้าง เกร็งลมหายใจสั้นลง ตัวเริ่มสั่นหรือมีความคิดแว้บขึ้นมาว่า“อดทนอีกนิด ฝืนต่ออีกนิด” นี่คือเสียงเก่ารูปแบบการเอาตัวรอดของระบบประสาทที่หลายคนใช้ชีวิตอยู่มานานโดยไม่รู้ตัว การใช้ชีวิตที่ต้อง “พยายามเกินไป”กลายเป็นเรื่องที่ “ต้องทำ”กลายเป็นเรื่อง “ปกติ”เพราะประสบการณ์เคยสอนเคยชิน หรือเคยรอดกับการผลักดัน อดทน บังคับและควบคุมตัวเอง เคยลองหยุดและสังเกตไหมว่าการใช้ชีวิตรูปแบบนั้นร่างกายกำลังส่งสัญญาณอะไรอยู่? อาการทางกายคือข้อมูลที่ซื่อสัตย์ที่สุดเผลอกลั้นหายใจ ตึงอก แน่นปวดหัว ขมับ คอ บ่า ไหล่ หลัง ฯลฯ และคำถามไม่ใช่ว่า อ่านต่อ

Trauma-Informed Yoga ไม่ใช่การคิดบวก | เมื่อการเยียวยาเกิดจากประสบการณ์ ไม่ใช่คำปลอบ

✿ เมื่อชีวิตไม่หยุดซวย นี่คือเหตุผลที่ฉันไม่เชื่อคำว่า “คิดบวก” ปีใหม่ของหลายคน อาจเริ่มด้วยคำอวยพร แผนเที่ยว คอนเสิร์ต เคานต์ดาวน์ แต่ของฉัน เริ่มด้วยอุบัติเหตุ เจ็บตัว เสียค่ารักษาพยาบาล โทรศัพท์ตกน้ำ ชาร์จไม่เข้า ต้องยกเลิกแผนทั้งหมด พ่อขับรถกลับบ้านแทนให้ ระหว่างทาง รถเฉี่ยวกับมอเตอร์ไซค์ กระจกหลุด ต้องซ่อมรถ ต้องซื้อโทรศัพท์ใหม่ ต้องล้างแผล อยู่ๆ ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นหลายเท่าในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และคำถามที่ดังขึ้นในหัวคือ“ทำไมซวยไม่จบไม่สิ้น”“นี่มันวันปีใหม่นะ”“อะไรกันนักกันหนา”“ฉันต้องคิดยังไงกับชีวิตแบบนี้” พลเมืองดีที่เข้ามาช่วย ต่างบอกว่าเป็นการ “ฟาดเคราะห์” แต่ฉันไม่รู้สึกแบบนั้นเลย ในหัวมีแต่คำถามว่า“ทำไมต้องมาเจอเรื่องแบบนี้” แล้ว “เหตุการณ์แบบนี้จะจบเมื่อไหร่” ✿ สารบัญเนื้อหา อ่านต่อ

ความรู้สึกคือเหตุผล และมันเพียงพอแล้ว | Feeling is a valid reason.

ถ้าคุณโตมากับความเชื่อว่า “แค่นี้ยังไม่พอ ต้องมีเหตุผล ต้องมีหลักฐาน ต้องพิสูจน์” นั่น “ไม่ใช่ความผิดของคุณ” แต่มันคือประสบการณ์ของคนที่เคยได้รับความรัก แบบมีเงื่อนไข มาตลอด — deEgo สำหรับบางคน การรู้สึกไม่ไหว คือเหตุผลที่เพียงพอแล้วในการหยุดพัก แต่สำหรับอีกหลายคน ความรู้สึกอย่างเดียวไม่เคยพอ ต้องมีเหตุผล ต้องมีหลักฐาน ต้องเหนื่อย ต้องล้ม ต้องชนข้อจำกัด ต้องมีสิ่งที่จับต้องได้ให้เห็นชัดๆ ก่อนจะ “อนุญาต” ให้ตัวเองหยุด นี่ไม่ใช่เพราะคุณดราม่า ไม่ใช่เพราะคุณอ่อนแอ แต่เพราะร่างกายคุณเคยมีประสบการณ์ว่าแค่ความรู้สึกอย่างเดียว…มันไม่ปลอดภัยพอ บทความนี้ไม่ได้เขียน ขึ้นเพื่อปลอบใจ หรือชวนให้คิดบวก แต่เพื่ออธิบายในมุมของ Nervous system อ่านต่อ

ช่องทางติดต่อ

สนใจฟังร่างกายด้วยกัน

ตำแหน่ง : DeEgo Studio

ถนน เฉลิมพระเกียรติ ร.9 เขตประเวศ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

          King Rama9 Road, Prawet Bangkok, Thailand

ติดต่อและช่วงเวลาทำการ

ติดต่อ Line OA: @285ndity
วันจันทร์-เสาร์ 9:00-19:00