TESTIMONIAL

Safe Embodied Experiences
Trauma-informed Yoga
Body Listening Yoga

ประสบการณ์ความปลอดภัยผ่านร่างกาย

Hear from our Clients
ฟังจากประสบการณ์จริง

This experience is shared with full consent, a reminder that the body always knows how to heal and find its way back home.
“ประสบการณ์เหล่านี้ถูกแบ่งปันด้วยความยินยอม เพื่อย้ำเตือนว่า ร่างกายรู้วิธีพาเรากลับบ้านเสมอ”


“ไม่ใช่โยคะแบบที่ฉันเคยรู้จัก แต่เป็นพื้นที่ที่ทำให้ฉันได้ยินเสียงของตัวเองชัดกว่าที่เคย”

“ฉันเคยเข้าคลาสออนไลน์กับก้อย 2 ครั้ง สิ่งที่ประทับใจคือเธอฟังฉันอย่างตั้งใจโดยไม่ตัดสิน และช่วยให้ฉันแยกออกว่าอะไรคือ ‘ความคิดที่ปรุงแต่ง’ กับ ‘ความรู้สึกจริง’ เธอสังเกตทั้งถ้อยคำ น้ำเสียง และปฏิกิริยาทางร่างกายของฉันอย่างละเอียด จนฉันเริ่มเข้าใจว่าร่างกายของฉันพยายามบอกขอบเขตมาตลอด โดยไม่ต้องฝืนตัวเองหรือทำตามบรรทัดฐานของสังคม”

“ข้อมูลที่เธอให้เกี่ยวกับระบบประสาท กลไกของร่างกายเวลาที่พยายามจัดการความเครียด รวมถึงวิธีที่ร่างกายค้นหาความสมดุลอย่างเป็นธรรมชาตินั้นทำให้ฉัน ‘เห็น’ ว่าฉันไม่ได้คิดไปเอง แต่ร่างกายกำลังพยายามสื่อสารกับฉันมาตลอด — ทั้งในระดับที่ฉันรู้ตัวและไม่รู้ตัว”

“มันไม่ใช่โยคะแบบที่ฉันเคยรู้จัก และไม่ใช่สิ่งที่คาดหวังไว้ตั้งแต่แรก เพราะคลาสนี้ไม่มีคำว่า ‘ถูกหรือผิด’ มีเพียงความสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์ 2 คนที่ได้ยินกันจริงๆ เธอทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมในการพาฉันกลับมารู้จักจังหวะของตัวเองอีกครั้ง”


“เวลาเราเลือกใครสักคนเพื่อช่วยเยียวยา เรามองหา 3 สิ่ง คือ ความเมตตา ความจริงใจ และความรู้ในศาสตร์ที่ทำงาน และ คุณก้อยมีทั้งหมด”

“คุณก้อยใช้ความรู้ที่มาจากประสบการณ์จริงในชีวิตตัวเอง จากการพูดคุย ทำให้รู้ว่า คุณก้อยเองก็ผ่านกระบวนการเยียวยาตัวเองมาก่อน ทำให้เข้าใจความรู้สึกกังวลใจของเราได้ดี และคอยระมัดระวังในการใช้คำพูด รวมถึงพยายามไกด์ ไม่ให้เราฝืน พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและสบายใจที่สุด”

“ระหว่างที่ทำร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนอง และมีความสบายขึ้นมาได้จริงๆ ทำให้รู้สึกว่าเราสามารถสร้างบทสนทนากับร่างกายของตัวเองได้จริง เหมือนว่าร่างกายเป็น “คน ๆ หนึ่ง” ที่สามารถตอบสนองและสื่อสารกับเราได้

มันคือการ Connect ระหว่างร่างกายและจิตใจ จากการที่เราอนุญาตตัวเองให้ทำตัวสบายๆ และผ่อนคลายจนรู้สึก Safe มากพอ เราก็จะได้ยินเสียงที่อวัยวะตรงนั้นพูดขึ้นมา มันไม่ได้เป็นเสียงที่ได้ยินที่หูหรือผ่านความคิดแต่เป็นเสียงที่ส่งตรงจากอวัยวะนั้นจริงๆ (เป็นสิ่งที่ต้องทำ ถึงจะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง)”

“คุณก้อยมีการทำงานที่ค่อนข้างละเอียดและใส่ใจ เช่น มีการสังเกตปฏิกิริยาของร่างกายเรา เช่น การกำมือ การเกร็งของร่างกาย การหายใจ การจดระหว่างที่เราพูด และความตั้งใจที่จะอยู่ตรงนั้นเพื่อคนที่กำลังต้องการพื้นที่ปลอดภัยและพร้อมจะดูแลเขาอย่างเข้าใจและเมตตา”


“คลาสที่ทำให้ยอมรับตัวเองมากขึ้น กล้าปฏิเสธ กล้าที่จะถูกเกลียด ไม่ต้องเป็นที่รักของทุกคน และกลับมายืนอยู่ข้างตัวเองได้อีกครั้ง”

“คลาสโยคะ Yoga Flow ของครูก้อยไม่เหมือนโยคะทั่วไปที่เน้นความยืดหยุ่นของร่างกาย เคยไปเรียนคลาสโยคะทั่วไป ทำไม่ได้ ตามไม่ทัน แต่คลาสโยคะของครูก้อยฝึกการอยู่กับปัจจุบัน ฝึกหายใจไปบริเวณที่ปวด ไม่กลั้นหายใจ ยอมรับความรู้สึก ไม่รีบปล่อย ท่าโยคะไม่ยากมากแต่ก็เล่นเอาเหงื่อออก

เลือกลง Body Listening Yoga โยคะฟังร่างกายต่อ เป็นคลาสที่ได้ทำงานกับปมค้างใจ ได้เจอ Inner Child เจอประสบการณ์ในวัยเด็กที่ทำให้เกิดบาดแผลทางใจ กลัวไม่เป็นที่รัก  ได้คุยกับเด็กน้อย กอดประโลม อยู่กับเด็กน้อยจนรู้สึกดี”

“กิจกรรมในคลาสทำให้รู้สึกกล้าที่จะเผชิญความเปราะบาง อารมณ์ที่ไม่ชอบของตนเอง โดยไม่ต้องรีบแก้ไข เช่น โกรธก็รับรู้  ไม่ต้องรีบหายโกรธ หรือปฏิเสธว่าความโกรธเป็นสิ่งไม่ดี จริงๆ เราก็โกรธได้ อยู่กับอารมณ์นั้น เริ่มรับรู้ว่าความโกรธมาเพื่อบอกอะไร และให้พื้นที่กับอารมณ์นั้น”

“ครูก้อยให้รับรู้อารมณ์ผ่านความรู้สึกในร่างกาย (Felt Sense)  ฝึกโอบกอดตัวเอง ทำให้ยอมรับตัวเองได้มากขึ้น ไม่ต้องเป็นที่รักของทุกคน”