TL via Online and Studio class | Yoga Flow & Body-Listening Yoga Testimonial

1️⃣ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจมาเข้าคลาส เกิดอะไรขึ้นในชีวิตของคุณบ้าง?
มีความรู้สึกหรือเหตุการณ์อะไรที่ทำให้คุณเริ่มมองหาวิธีดูแลตัวเองแบบนี้?
ก่อนที่จะเข้าคลาสกับครูก้อย ย้อนไปประมาณ 2 ปีที่แล้วได้รับการเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น มีงานที่ต้องรับผิดชอบมากขึ้น จำใจต้องรับตำแหน่งเนื่องจากผู้ใหญ่ที่เคารพขอให้ช่วยงาน เพื่อพิสูจน์ให้ที่ทำงานยอมรับ ทำงานหนักมาก คิดและทำโครงการต่างๆ งานบางอย่างอยู่ในความรับผิดชอบของลูกน้อง ก็รับมาทำเพราะกลัวงานผิดพลาด งานจะล่าช้ากว่ากำหนดไม่ได้ เลยกลายเป็น “เดอะแบก” โดยปริยาย จนเกิดอาการ BURNOUT ไม่อยากทำงาน ร่างกายอ่อนเพลีย ตื่นกลางดึกบ่อย โมโหง่าย ความสัมพันธ์กับแฟนแย่ลงจนต้องเลิกกัน เครียดจนต้องปรึกษาจิตแพทย์ ได้รับการวินิจฉัยว่าอยู่ในภาวะ Burnout และ มีอาการซึมเศร้าที่ต้องได้รับการดูแล
2️⃣ ความท้าทายหรือความรู้สึกคับข้องใจที่คุณเจอในตอนนั้นคืออะไร?
มันส่งผลกับชีวิตหรือความรู้สึกของคุณยังไงบ้าง?
ความท้าทาย คือ เป็นคนยอมตามคนอื่นเพื่อให้คนอื่นยอมรับ ทำตัวเป็นเด็กดีเพื่อให้ได้รับความรัก ไม่กล้าปฏิเสธหรือบอกความต้องการของตนเอง โมโหง่ายกับคนใกล้ตัว
3️⃣ ทำไมคุณเลือกลองคลาสของก้อย แทนที่จะลองวิธีอื่น คลาสอื่น หรือผู้สอนคนอื่น?
ด้วยความที่ไม่อยากพึ่งยาเพียงอย่างเดียว จึงตัดสินใจลงคอร์ส Mental health ต่างๆ เช่น จิตบำบัดแนวซาเทียร์ (Satir) การสื่อสารอย่างสันติ (NVC) นพลักษณ์เบื้องต้น (Enneagram) และสนใจเพจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพใจ จนมาพบเพจที่แนะนำ Workshop ของครูก้อย โยคะฟังร่างกาย เลยลองเข้าไป ประมาณ 1 ชม. มีกิจกรรมในคลาสสั้นๆ และได้เรียนรู้ การรับรู้อารมณ์ความรู้สึกผ่านร่างกาย จบ Workshop เลยติดต่อครูก้อยไปว่าอยากเรียนต่อ
4️⃣ ตั้งแต่เราเริ่มทำงานร่วมกัน มีอะไรที่ดีขึ้นหรือเปลี่ยนแปลงในตัวคุณหรือชีวิตคุณบ้าง?
ทั้งด้านกาย อารมณ์ ความคิด หรือความสัมพันธ์กับตัวเอง
คลาสแรกที่ลงเรียนกับครูก้อยเป็น Yoga Flow 5 ครั้ง ได้ไปเรียน Onsite ที่สตูดิโอ 1 ครั้ง เป็นการเปิดรับรู้อารมณ์ความรู้สึก ไม่เหมือนกับการทำโยคะทั่วไปที่เน้นความยืดหยุ่นของร่างกาย เคยไปเรียนคลาสโยคะทั่วไป ทำไม่ได้ ตามไม่ทัน แต่คลาสโยคะของครูก้อยฝึกการอยู่กับปัจจุบัน ฝึกหายใจไปบริเวณที่ปวด ไม่กลั้นหายใจ ยอมรับความรู้สึก ไม่รีบปล่อย ท่าโยคะไม่ยากมากแต่ก็เล่นเอาเหงื่อออก
จบคอร์ส 5 ชม.ต่อด้วยคลาส Body Listening Yoga โยคะฟังร่างกายต่อ เป็นคลาสที่ได้ทำงานกับปมค้างใจ นำปัญหาที่เป็นประเด็นมาด้วย ขุดลงไปถึงปม ได้เจอ Inner Child เจอประสบการณ์ในวัยเด็กที่ทำให้เกิดบาดแผลทางใจ กลัวไม่เป็นที่รัก กิจกรรมในคลาสครูให้คุยกับเด็กน้อย กอดประโลมกับเด็กน้อย อยู่กับเด็กน้อยจนรู้สึกดี
กิจกรรมในคลาสทำให้รู้สึกกล้าที่จะเผชิญความเปราะบาง อารมณ์ที่ไม่ชอบของตนเอง โดยไม่ต้องรีบแก้ไข เช่น โกรธก็รับรู้ ไม่ต้องรีบหายโกรธ หรือปฏิเสธว่าความโกรธเป็นสิ่งไม่ดี จริงๆ เราก็โกรธได้ อยู่กับอารมณ์นั้น เริ่มรับรู้ว่าความโกรธมาเพื่อบอกอะไร และให้พื้นที่กับอารมณ์นั้น
ครูก้อยให้รับรู้อารมณ์ผ่านความรู้สึกในร่างกาย (Felt Sense) ฝึกโอบกอดตัวเอง ทำให้ยอมรับตัวเองได้มากขึ้น ไม่ต้องเป็นที่รักของทุกคน ปฏิเสธได้ ไม่เบียดเบียนตนเองและคนอื่น กล้าที่จะถูกเกลียด
5️⃣ ถ้าคุณจะแนะนำประสบการณ์นี้ให้เพื่อนฟัง คุณจะเล่าให้เขาฟังว่าประสบการณ์ที่เราได้ทำร่วมกันมันเป็นอย่างไร?
อยากจะแทนประสบการณ์ที่ได้เข้าคลาสกับครูก้อย ด้วยภาพ butterfly hug เป็นไพ่ที่เลือกในคลาสสุดท้าย ซึ่งบังเอิญมาก เพราะทุกครั้งที่ได้ไปเจอเด็กน้อย (Inner Child) ก็จะใช้ท่านี้คือ Butterfly hug ทำแล้วเหมือนได้ปลอบประโลมเด็กน้อย
และการได้เข้ามาเรียนในคลาสกับครูก้อย ทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น ยอมรับตัวเอง ฝึกอยู่กับทุกอารมณ์ เพราะจริงๆ ทุกประสบการณ์ ทุกอารมณ์มาเพื่อสื่อสารอะไรบางอย่างกับเรา – I am not alone in this experience.


— TL., choosing themselves over approval (via Online & Studio Class)
CLASS YOGA FLOW