GA via Studio class | Body-Listening Yoga Testimonial

🥰 ทำไมถึงเลือก DeEgo?

  • เรารู้จัก DeEgo ผ่านการเข้ากลุ่ม Self-care Talk (Zoom meeting) ในนั้นมีคุณก้อยร่วมเป็น Speaker หลักด้วย (หัวข้อ Read your TRAUMA) จากการพูดคุยครั้งนั้นเหมือนเป็นการ re-confirm จากสิ่งที่เคยได้ยินผ่านๆ มาว่า pain ทางกายที่รู้สึก อาจมีรากมาจาก pain ทางใจ (อารมณ์บางอย่างถูกเก็บไว้ในร่างกาย) หรืออาจเรียกได้ว่า มีบางอย่างที่เป็น trauma ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา นั่นเป็นครั้งแรกที่เริ่มรู้สึกว่า เราอาจจะต้องทำงานกับร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน

  • หลังจากครั้งนั้น เราได้เข้ากลุ่ม Self-care Talk อีกครั้งเป็น ครั้งที่สอง ครั้งนี้มีการลองปฏิบัติจริงด้วย มีท่าง่ายๆให้ลองทำ เช่น นอนราบลงไปกับพื้น ปล่อยตัวสบายๆ แล้วคุณก้อยก็จะคอยพูดไกด์

เรารู้สึกได้ว่าระหว่างที่ทำร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนอง และมีการตอบสนองจากการไกด์และความสบายขึ้นมาได้จริงๆ และทำให้เรารู้สึกว่าเราสามารถ สร้างบทสนทนากับร่างกายของตัวเองได้จริง เหมือนว่าร่างกายเป็น “คน ๆ หนึ่ง” ที่สามารถตอบสนองและสื่อสาร กับเราได้

มันคือการ Connect
ระหว่างร่างกายและจิตใจ จากการที่เราอนุญาตตัวเองให้ทำตัวสบายๆ และผ่อนคลายจนรู้สึก Safe มากพอ เราก็จะได้ยินเสียงที่อวัยวะตรงนั้นพูดขึ้นมา มันไม่ได้เป็นเสียงที่ได้ยินที่หูหรือผ่านความคิดแต่เป็นเสียงที่ส่งตรงจากอวัยวะนั้นจริงๆ (เป็นสิ่งที่ต้องทำ ถึงจะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง)

  • หลังจากที่จบการคุย Self-care Talkครั้งนั้น เราก็เริ่มเกิดความสนใจ และอยากฟังร่างกายมากขึ้น เริ่มคาดหวังด้วยความสงสัยว่า…การเคลื่อนไหวของร่างกายจะสามารถ “พูด” อะไรกับเราได้บ้าง? จะมีข้อความแบบไหนซ่อนอยู่ในการเคลื่อนไหวนั้น ที่ร่างกายเขาอยากจะบอกเรา

    ยอมรับว่าช่วงแรกมีความลังเลเหมือนกัน ว่าจะใช้บริการดีไหม เพราะสตูดิโออยู่ไกลจากบ้านมาก ต้องนั่งรถหลายต่อมากๆ เพราะเราไม่มีรถส่วนตัว แต่ในใจตอนนั้นมีสิ่งหนึ่งที่ชัดมากว่า “เรารักตัวเอง” เราอยากให้ตัวเองได้ลองเปิดใจ และเราควรได้รับสิ่งดีๆ ทุกอย่างที่ เราจะให้กับร่างกายนี้ได้ และเผื่อว่าการเปิดใจในครั้งนี้จะช่วยปลดปล่อยความรู้สึก Negative บางอย่างที่คั่งค้างในใจ ที่เราก็ไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร…แต่มันอยู่ตรงนั้นมานานเหลือเกิน

  • เรามีความคาดหวังว่า ศาสตร์ของโยคะจะเป็นเครื่องมือในการสื่อสารกับร่างกายของตัวเองได้ ช่วยเปิดทางให้เราเข้าใจตัวเองผ่านภาษาของการเคลื่อนไหว ในแบบที่เราเองอาจจะไม่เคยสัมผัสมาก่อน เพราะก่อนหน้านี้เราก็เคยลองมาแล้วหลายศาสตร์ และครั้งนี้ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่น่าสนใจ

  • ข้อนี้เป็น ความเห็นส่วนตัว ที่เกิดขึ้นหลังจากได้เห็นคุณก้อยผ่านการเข้ากลุ่มพูดคุย Self-care talk มาแล้วทั้ง 2 รอบ

“คุณก้อยเป็นคนที่ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้จริง เพราะสามารถแนะนำแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง Somatic Experience ได้ ซึ่งแปลว่าคุณก้อยเองก็ศึกษามาพอสมควร และตั้งใจกับเส้นทางนี้”

“รู้สึกได้ว่าคุณก้อยมีความหวังดีกับคนที่เข้าร่วมพูดคุยกันในครั้งนั้น และเข้าใจขอบเขตความไม่สบายใจที่อาจะเกิดขึ้นระหว่างการทำกิจกรรม ไม่มีการบังคับให้ทำ ดูมีความเข้าอกเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างระหว่างการปฏิบัติ ซึ่งก็ทำให้เราสบายใจมากพอที่จะผ่อนคลายตามไกด์คำพูดของคุณก้อย และได้สัมผัสประสบการณ์ที่คุณก้อย อยากพาไปให้รู้สึกในครั้งนั้น”

จากประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้เล่ามา เป็นการทำงานระหว่างร่างกายสั้นๆ เท่านั้น เราเลยคิดว่าถ้าลองได้คุยกับร่างกายแบบเป็นคอร์สเต็มรูปแบบไปเลยจะเป็นยังไง ก็เลยลองจองบริการแบบ Private DeEgo Listening (โยคะฟังร่างกาย) เพราะคิดว่าเราผ่านการทำงานกับโลกภายในของตัวเองมาสักระยะหนึ่งแล้ว และคิดว่านี่เป็นคอร์สที่เหมาะกับเรา🌷


🥰 ความประทับใจหลังเข้ารับบริการ

  • รู้สึกว่า คุณก้อยใช้ความรู้ที่มาจากประสบการณ์จริงในชีวิตของตัวเอง จากการที่ได้พูดคุยกัน ทำให้รับรู้ว่า คุณก้อยเองก็เคยผ่านกระบวนการเยียวยาตัวเองมาก่อน ทำให้เข้าใจความรู้สึกกังวลใจของเราได้ดี และคอยระมัดระวังในการใช้คำพูด รวมถึงพยายามไกด์ ไม่ให้เราฝืน พร้อมทั้งสร้างบรรยากาศที่ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและสบายใจที่สุด

  • รู้สึกว่าคุณก้อยมีการทำงานที่ค่อนข้างละเอียดและใส่ใจ เช่น มีการสังเกตปฏิกิริยาของร่างกายเรา เช่น การกำมือ การเกร็งของร่างกายเรา การหายใจ และมีการจดระหว่างที่เราพูด

  • คุณก้อยตอบคำถามด้วยความตั้งใจจริง

  • มีความรู้สึกว่า คุณก้อยอยากช่วยคนจากใจจริง ไม่ใช่เพราะเรื่องผลตอบแทนหรือเงินเป็นหลัก แต่คือความตั้งใจที่จะอยู่ตรงนั้นเพื่อคนที่กำลังต้องการพื้นที่ปลอดภัยและพร้อมจะดูแลเขาอย่างเข้าใจและเมตตา

  • เวลาที่เราจะเลือกใครสักคนเพื่อช่วยเยียวยาเรา เรามักมองหา 3 สิ่งสำคัญคือ
    1) คนคนนั้นมีหัวใจของความเมตตามั้ย? (บางคนที่เขามารับการเยียวยา เขาผ่านความทุกข์มามากเหลือเกิน คนที่ทำงานด้านนี้
    จึงต้องมีคุณสมบัติเมตตา เห็นอกเห็นใจคนอื่น)
    2) เขามีความจริงใจไหม?
    3) เขาเป็นคนที่มีความรู้หรือพัฒนาตนเองหรือเปล่า ในศาสตร์ที่เขาประกอบอาชีพ….. และเรารู้สึกว่าคุณก้อยมีทั้งหมด

  • เรารู้สึกขอบคุณคุณก้อยมาก ๆ ที่ ไม่หวงเวลาเลย รู้สึกได้ถึงความเอื้อเฟื้อและความตั้งใจที่จะใช้เวลาอยู่กับเราอย่างเต็มที่ เราสัมผัสได้จริง ๆ ว่าคุณก้อยอยากช่วยเราให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขอบคุณจากใจ กับความตั้งใจที่ไม่ใช่เพื่อ “รับ” แต่เพื่อ “ให้” ก่อนเสมอ มันคือความรู้สึกของคนที่ give before receive จริงๆ

— GA., discovering that the body speaks when it feels safe (via Stuido class)

Class Body-Listening ดีอีโก้ โยคะฟังร่างกาย